ความสัมพันธ์ของ Dow Jones กับ SET และตลาดหุ้นทั่วโลก

วันนี้ก็ได้เจอข้อเท็จจริงน่าสนใจอย่างหนึ่ง

   การเล่นหุ้นในตลาดหุ้นนั้น เป็นที่ยอมรับกันว่า ปัจจัยพื้นฐานเป็นเรื่องสำคัญ แต่ว่า บางครั้งก็มีผู้พูดว่าปัจจัยพื้นฐานจริงๆนั้นไม่สำคัญ?? หากสำคัญอยู่ที่ทัศนคติของผู้เล่นในตลาดที่มีต่อปัจจัยพื้นฐานนั้นต่างหาก ซึ่งก็นับได้ว่าเป็นเรื่องจริง

   เนื่องจากว่าตลาดหุ้นนั้นเกิดจาก ตลาด + หุ้น
ตลาด คือแหล่งที่มีคนมาซื้อขายกัน  หุ้น คือสิ่งที่ถูกซื้อขายในตลาดนี้
ซึ่งก็แปลว่าราคาจะแกว่งตัวไปตาม deman supply นั่นคือที่มาของความสัมพันธ์ทั้งหมดของตลาดหุ้น แม้ว่าข่าวจะออกมาว่าพื้นฐานตัวนั้นดี ตัวนี้เด่น แต่ขาใหญ่ไม่เล่นด้วย ก็ทำให้ราคาของหุ้นนั้นไม่ปรับตัวสูงขึ้น แม้ข่าวจะออกมาว่าพื้นฐานแย่แค่ไหน แต่ขาใหญ่เล่นไม่เลิก แมงเม่าก็พร้อมที่จะเข้าไปตาย แล้วก็ทำให้ราคาหุ้นแย่ๆนั้น ปรับตัวสูงขึ้น

   นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ช่วงนี้หุ้นตกทุกวันเลย

   อันพื้นฐานของธุรกิจในไทยนั้นยังดีอยู่ แต่เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศใหญ่ มีตลาดหุ้นที่ใหญ่ เงินที่ทุกชาติในโลกยอมรับเป็นมาตรฐานกลาง และเป็นผู้นำเข้า+บริโภคทรัพยากรรายใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้ถ้าเศรษฐกิจของ USA เป็นอะไรไป ประเทศอื่นๆก็จะกระทบตามไปหมด(เนื่องจากขายของไม่ได้) เมื่อประกอบกับมีผู้สังเกตเห็นว่า ถ้า Dow ขึ้น หุ้นทั้งโลกจะขึ้นตาม ถ้า Dow ลง หุ้นทั้งโลกจะลงตาม แล้วป่าวประกาศให้คนส่วนมากรู้ คนส่วนมากก็ดันเชื่ออย่างนั้น เลยทำให้ตลาดทั้งโลกเดินทางไปตามสภาพของ Dow

   ทั้งๆที่มันจะมีความรู้สึกขัดแย้งอยู่ว่า ในเมื่อ Dow ลงแล้ว เงินน่าจะไหลออกมาลงทุนในแหล่งอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น ออกจาก dow มาลงในตลาดหุ้นไทย เป็นต้น แต่ปรากฏว่าไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากว่าทุกคนในโลกตื่นเช้ามาก็ดู ดาว(โจร) กันก่อน แล้วก็ซื้อขายไปตามนั้น มันก็เลยทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกสัมพันธ์กันอย่างช่วยไม่ได้

  งวดนี้ Dow ลงกระจาย SET ก็ลงกระจายอีกแล้ว ทั้ง ธปท. ดันแทรกแซงค่าเงินบาทอีก ต่อไปเศรษฐกิจไทยก็จะล่มไปด้วยแน่ๆเลยครับ เพราะตอนนี้มีเงินดอลล์ ที่ทั่วโลกจะเลิกใช้กันแล้วเต็มกระเป๋าเลย

   แดงทั้งพอร์ทเลยครับ ก็ได้แต่รอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป และหวังว่าเศรษฐกิจไทย จะเป็นอิสระจาก dow ได้สักที

ใส่ความเห็น