ทางเลือกการลงทุนท่ามกลางวิกฤติ

แม้บทความจะเก่าไปนิดแต่ก็ให้ความรู้ดีมากๆ


ที่มา : Main Story ​ทางเลือกลงทุนท่ามกลางวิกฤติ​ Hamburger Crisis? ​โดย​ ฐิติ​เมธ​ ​โภคชัย ​นิตยสาร​ M&W ​ฉบับ​เดือนกุมภาพันธ์​ 2551 

เศรษฐกิจโลกกำ​ลังเผชิญหน้า​กับ​วิกฤติระลอก​ใหม่​ ​ซึ่ง​ครั้งนี้​เกิดขึ้น​เนื่อง​มา​จาก​ปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพ​ใน​ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐ​ ​หรือ​ที่​เรียกว่า​ Subprime ​ที่​เกิดขึ้นเด่นชัด​ใน​ปีที่ผ่านมา​ ​และ​มีนักวิ​เคราะห์หลายคนออกมาพูดก่อนหน้านี้​แล้ว​ว่าวิกฤติ​ Subprime ​จะ​ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐอย่างรุนแรง​ใน​ปีนี้​ ​ซึ่ง​ก็​เป็น​จริงเช่น​นั้น​เพราะ​ตลาดหุ้น​ทั่ว​โลก​ได้​รับผลกระทบ​จาก​การที่สถาบันการเงินขนาด​ใหญ่​หลายแห่ง​ใน​สหรัฐ​ต้อง​มีการตั้งสำ​รองหนี้สูญอันเกิด​จาก​สินเชื่อ​ Subprime ​ขณะ​เดียว​กัน​สำ​นักวิจัยชั้นนำ​หลายค่ายต่างออกมาปรับลดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐ​ ​ซึ่ง​เป็น​ระบบเศรษฐกิจที่​ใหญ่​สุดของโลก​ เรา​จึง​ได้​เห็นราคาหุ้น​และ​ดัชนีตลาดหุ้น​ทั่ว​โลกปรับตัวลดลงอย่างหนัก​ใน​สัปดาห์ที่​ 4 ​ของเดือนมกราคม​ ​จน​ใน​ที่สุดธนาคารกลางสหรัฐ​ได้​จัดการประชุมฉุกเฉิน​และ​ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย​ (FED Funds Rate) ​ลงรวดเดียว​ 0.75% ​จาก​ 4.25% ​เหลือ​ 3.5% ​ถือ​เป็น​การลดอัตราดอกเบี้ยมากสุด​ใน​รอบ​ 23 ​ปี​ ​เพื่อชะลอ​ไม่​ให้​เศรษฐกิจทรุดหนักจนอาจ​จะ​ฉุดเศรษฐกิจโลก​ให้​ทรุดตาม​เป็น​ลูกโซ่​ไป​ด้วย​ ​ซึ่ง​วิกฤติที่​เกิดขึ้น​ใน​สหรัฐครั้งนี้​ได้​ชื่อว่า​ Hamburger Crisis ​เหมือน​กับ​เมื่อปี​ 2540 ​ที่วิกฤติ​เศรษฐกิจ​ใน​ไทยส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชีย​ ​จึง​ได้​รับการเรียกขานว่า​ ​วิกฤติต้มยำ​กุ้ง​ (Tom Yam Kung Crisis)เมอร์ริล​ ​ลินช์​ ​สถาบันการเงินยักษ์​ใหญ่​ของโลกสำ​รวจ​ความ​คิดเห็น​ผู้​จัดการกองทุน​ 195 ​ราย​ทั่ว​โลกประจำ​เดือนมกราคมที่ผ่านมา​ 70% ​มองว่า​เชื่อว่า​เศรษฐกิจโลก​จะ​ “​อ่อนแอ​” ​ลง​ใน​ 12 ​เดือนข้างหน้า

ส่วน​เจพี​ ​มอร์​แกน​ ​สถาบันการเงินชั้นนำ​ของโลกอีกแห่ง​ ​คาดว่า​เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา​จะ​ย่ำ​แย่ที่สุด​ใน​ไตรมาสแรกของปีนี้​ ​โดย​มองว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ​จะ​อยู่​ที่​ 0% ​หรือ​ไม่​เติบโตเลย

จัดพอร์ต​ด้วย​ ​หุ้น​ ​กองทุนรวม​ ​และ​ทองคำ

จิรวัฒน์​ ​สุภรณ์​ไพบูลย์​ ​กรรมการ​ผู้​จัดการ​ ​หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุน​ส่วน​บุคคล​ ​บล​.​ภัทร ​กล่าวว่าหากนักลงทุน​ยัง​คงชื่นชอบการลงทุน​ใน​ตลาดหุ้น​จะ​ต้อง​ลงทุน​ใน​หุ้นที่​เกี่ยวข้องการบริ​โภคภาย​ใน​ประ​เทศ​ ​คือ​ ​กลุ่มอสังหาริมทรัพย์​ ​กลุ่มธนาคารพาณิชย์​ ​และ​กลุ่มพลังงาน​เนื่อง​เพราะ​ดอกเบี้ย​ยัง​ถูก​ ​และ​เชื่อว่าดอกเบี้ยไทย​ยัง​ไม่​ขยับขณะที่หุ้นเกี่ยวข้อง​กับ​การส่งออก​จะ​แผ่วลงไป​

ถ้า​หากจัดพอร์ตแบบ​ “​สายกลาง​” ​โดย​ภาพรวม​แล้ว​ ​จิรวัฒน์​แนะนำ​ให้​ลงทุน​ใน​หุ้น​ 50% ​ลงทุน​ใน​ตราสารหนี้​ 50% ​โดย​ตราสารหนี้​แบ่งออก​ได้​เป็น​ลงทุน​ใน​ผลิตภัณฑ์ที่มีสภาพคล่องสูง​ ​ได้​แก่​ ​กองทุน​ Money market Fund ​และ​กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น​ ​หากสนใจการลงทุนระยะยาว​ให้​มองกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

“​การลงทุน​ใน​หุ้น​ ​ครึ่งหนึ่งลงทุน​ใน​หุ้นไทย​ ​หุ้นบลูชิปสัก​ 5 ​ตัว​ ​หรือ​จะ​ซื้อผ่านกองทุนหุ้นก็​ได้​ ​โดย​ลงทุน​ใน​กองทุนรวมประ​เภท​ Defensive ​และ​ Growth ​อย่างละครึ่ง​ ​อีกครึ่ง​ให้​มองหุ้นต่างประ​เทศผ่าน​ FIF ​โดย​ให้​มองตลาดยุ​โรปตะวันออก​ ​หรือ​ซื้อกองทุนรวม​ BRIC ​และ​กองทุนพลังงานทางเลือก​ ​ที่สำ​คัญอย่าลืมซื้อทองติดพอร์ต​ไว้​สัก​ 5% ​ของเม็ดเงินการลงทุน​” ​จิรวัฒน์​ ​กล่าว

จิรวัฒน์กล่าวว่านักลงทุน​ต้อง​เข้า​ใจว่า​ด้วย​สภาพแบบนี้​ต้อง​ให้​ความ​สำ​คัญต่อการลงทุนอย่างไร​ให้​มี​ความ​ปลอดภัย​ ​นักลงทุนอย่าพึ่งพาตลาดการลงทุนตลาดเดียว​ ​ต้อง​กระจาย​ความ​เสี่ยง​ ​และ​อย่านั่งรอตลาดหุ้นตลาดเดียว​ ​ที่สำ​คัญตลาดการลงทุนมี​ความ​สลับซับซ้อน​จึง​ไม่​สามารถ​พึ่งพาตัวเอง​ได้​อีกต่อไป​ ​ต้อง​หา​ผู้​ช่วย​และ​ที่ปรึกษาการลงทุน​เป็น​คำ​ตอบที่น่าสนใจ

ปี​แห่ง​ความ​ผันผวน

“​พวกเราประ​เมินว่าตลาดหุ้นครึ่งปี​แรก​จะ​ค่อนข้างผันผวน​ ​ทางเทคนิคพบว่าช่วงเดือน​ ​กุมภาพันธ์นี้ตลาด​จะ​ปรับตัวดีขึ้น​จาก​เดือนก่อนหน้า​ ​โดย​จะ​แกว่งตัว​อยู่​ระหว่างแนวตั้งที่​ 830–850 ​จุด​ ​ส่วน​แนวรับน่า​จะ​อยู่​ที่​ 780–785 ​จุด​” วิวัฒน์​ ​เตชะพูลผล​ ​หัวหน้าฝ่ายลูกค้าบุคคล​ ​หัวหน้าฝ่ายวิ​เคราะห์ทางเทคนิค​ (รักษาการ) ​บล​.​ทิสโก้ ​บอก

ใน​ช่วงครึ่งปี​แรกนี้ประ​เมินว่าตลาดหุ้นไทย​ยัง​อยู่​ใน​สภาวะคลุมเครือ​และ​มีบรรยากาศที่​ไม่​น่าลงทุนมากนัก​ ​จึง​มองว่าทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจนอกเหนือ​จาก​การถือเงินสด​ไว้​ก็อาจ​จะ​เข้า​สู่ตลาดตราสารหนี้​ซึ่ง​น่า​จะ​ให้​ดอกเบี้ย​ใน​อัตราที่ระดับน่าพอใจ

“​ต้อง​ยอมรับว่าตลาดหุ้นปีนี้​ไม่​สามารถ​กำ​หนดกลยุทธ์ระยะยาว​ได้​เลย​ ​อย่างมากก็​เดือนต่อเดือน​ ​สำ​หรับนักลงทุนที่​จะ​ลงทุนระยะยาวแนะนำ​ว่า​ให้​รอลงทุน​ใน​ช่วงครึ่งปีหลัง​จะ​ดีกว่า​ ​ส่วน​ระยะสั้นที่​เล่น​เป็น​รอบๆ​ ​ต้อง​ติดตามข้อมูลอย่าง​ใกล้​ชิด​”

สำ​หรับสัด​ส่วน​พอร์ตการลงทุน​ ​วิวัฒน์​แนะนำ​ว่า​ความ​เหมาะสม​ยัง​ให้​น้ำ​หนัก​กับ​กลุ่มพลังงาน​ 30% ​กลุ่มธนาคารพาณิชย์​ 20% ​นอก​จาก​นั้น​ให้​กระจายไป​ ​เพราะ​เชื่อว่า​ใน​ภาวะตลาดหมี​เช่นนี้สิ่งที่​จะ​ได้​เห็น​ ​ก็คือ​ ​การกลับมาของหุ้นเก็งกำ​ไร

“​แนะนำ​ว่าหากนักลงทุนที่นิยมหุ้นเก็งกำ​ไร​ต้อง​ใช้​ความ​ระมัดระวัง​ให้​มาก​” ​วิวัฒน์​ ​บอก

วิ​เคราะห์หุ้นทางเทคนิค​ ​ช่วย​คุณ​ได้​ใน​การบริหารพอร์ตการลงทุน

อดิพงษ์​ ​ภัทรวิกรม​ ​ผู้​อำ​นวยการ​ ​ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน​ ​กลุ่มลูกค้าบุคคล​ ​บล​.​ไทยพาณิชย์ ​กล่าวการวิ​เคราะห์ทางเทคนิคมี​ความ​ยืดหยุ่นสูง​ ​เพราะ​สามารถ​ปรับตัวเอง​ได้​ดี​โดย​ใช้​ได้​ทั้ง​ใน​ระยะสั้น​และ​ระยะยาว​ ​และ​เป็น​วิธีการมอง​เข้า​ไป​ถึง​ผลลัพธ์ของสา​เหตุ​ ​ดัง​นั้น​สามารถ​ประหยัดเวลา​ใน​การกำ​หนดกลยุทธ์​ได้​ ​รวม​ถึง​สามารถ​ช่วย​ดู​ความ​เคลื่อนไหวราคา​ได้​อย่างรวด​เร็ว​ ​และ​เห็นภาพตลาด​โดย​รวม​ได้​กว้าง​ ​และ​ที่สำ​คัญ​ ​เป็น​การบอก​ถึง​จังหวะการ​เข้า​หรือ​ออก​จาก​ตลาด​ ​เพราะ​สัญญาณทางเทคนิค​จะ​บอกว่าช่วงไหนควรซื้อ​หรือ​ขาย​ ​หรือ​ไม่​มี​ความ​จำ​เป็น​ใน​การเร่งรีบตัดสินใจ

“​ถ้า​ดูทฤษฎีคลื่นของอี​เลียต​ ​เวฟช่วงนี้​จะ​อยู่​ใน​ขา​ C ​หมาย​ความ​ว่า​ ​การจบรอบกำ​ลัง​จะ​เกิดขึ้น​ใน​ระยะอัน​ใกล้​นี้​ ​สังเกต​จาก​ตั้งแต่ต้นปี​เป็น​ต้นมาดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงอย่างต่อ​เนื่อง​ ​และ​ทำ​สถิติต่ำ​สุดครั้ง​ใหม่​ (New Low) ​ดัง​นั้น​สัญญาณทางเทคนิคถัดไป​จะ​เป็น​สัญญาณขาขึ้น​ ​และ​เป็น​ช่วงรอจังหวะซื้อ​ ​แต่​จะ​บอกว่า​เมื่อไร​จะ​ถึง​จังหวะซื้อ​ไม่​สามารถ​บอก​ได้​ ​บอก​ได้​แต่​เพียงว่า​ใกล้​เป็น​จังหวะซื้อครั้งสำ​คัญ​เป็น​อย่างมาก​” ​อดิพงษ์กล่าว​ถึง​ ​ทิศทางของตลาดหุ้นไทย​ใน​ปัจจุบันเมื่อพิจารณา​จาก​ปัจจัยด้านเทคนิค​เป็น​หลัก

ทว่า​ ​ข้อเสียของการวิ​เคราะห์ทางเทคนิค​ ​คือ​ ​ทุกอย่างสะท้อน​อยู่​ใน​ราคาหุ้น​ ​ดัง​นั้น​หากใคร​เป็น​นักลงทุนประ​เภทเก็งกำ​ไร​ ​ที่มี​เงินลงทุนมาก​และ​ต้อง​การสร้างภาพลวงตา​ ​ก็​สามารถ​ที่​จะ​ใช้​จุดนี้​ไปสร้างราคาหุ้น​ให้​เกิดการเปลี่ยนแปลง​ ​แบบที่​ไม่​เป็น​ธรรมชาติรวม​ทั้ง​การวิ​เคราะห์ทางเทคนิค​สามารถ​เปลี่ยนแปลง​ได้​ตามการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น​ ​จึง​อาจ​จะ​ส่งผลต่อการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงการลงทุนของนักลงทุน​ ​ทั้งๆ​ที่พื้นฐานของเศรษฐกิจ​ ​หรือ​บริษัทอาจ​ไม่​ได้​เปลี่ยนแปลงเลย​ด้วย​ซ้ำ​ไป

“​อยาก​ให้​นักลงทุนเปิดใจ​กับ​การเรียนรู้การวิ​เคราะห์หุ้นหลายๆ​ ​ประ​เภท​ใน​การวางกลยุทธ์การซื้อขาย​และ​อย่าสับสน​ใน​การวิ​เคราะห์​ ​ซึ่ง​ตรงนี้​เป็น​เรื่องที่พูดง่าย​ ​แต่ทำ​ยาก​ ​และ​อาจมี​ไม่​กี่คนที่​จะ​สามารถ​แยกแยะ​ความ​รู้สึก​และ​เหตุผล​ได้​และ​ประสบ​ความ​สำ​เร็จอย่างมากมาย​ ​แต่ก็ถือว่าควรศึกษา​” ​อดิพงษ์​ ​แนะนำ​

กองทุนหุ้นกองทุนผสม​ ​ยัง​ต้อง​มี

แม้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์​ทั่ว​โลก​จะ​ย่ำ​แย่​แค่​ไหนกองทุนรวมประ​เภทกองทุนหุ้น​และ​กองทุนผสมที่มีหุ้น​ใน​พอร์ต​ ​ก็​ยัง​มี​ความ​น่าสนใจ​อยู่​ ​เพราะ​ข้อมูล​ใน​อดีตพิสูจน์​แล้ว​ว่าการลงทุน​ใน​ระยะยาว​ ​หุ้น​ยัง​ให้​ผลตอบแทนที่ดีกว่าหลักทรัพย์อย่าง​อื่น​ ​แต่​ใน​ปีนี้อาจลดน้ำ​หนักการลงทุน​ส่วน​นี้ลงสำ​หรับ​ผู้​ที่​ไม่​มั่นใจ​ใน​ตลาด​ ​และ​ต้อง​ทำ​การบ้านเพื่อคัดเลือกกองทุนที่​เหมาะ​กับ​สถานการณ์มากขึ้น​

กองทุนดัชนี​ ​สำ​หรับคนชอบหุ้นแต่​ไม่​ชัวร์​ผู้​จัดการกองทุน

เป็น​อีกทางเลือกสำ​หรับ​ผู้​ชอบการลงทุน​ใน​หุ้นแต่​ไม่​อยากเสี่ยง​กับ​ผู้​จัดการกองทุน​ ​เพราะ​กองทุนดัชนีลงทุน​โดย​หวังผลตอบแทนที่ขึ้นลงตาม​ SET Index ​และ​ SET50 Index ​การบริหารกองทุน​จะ​ใช้​โปรแกรมที่ทำ​ให้​ NAV ​ขึ้นลง​ใน​สัด​ส่วน​เดียว​กับ​ดัชนีอ้างอิง​ ​แต่​ยัง​ได้​ประ​โยชน์ของเงินปันผล​จาก​หุ้นที่ถือ​อยู่​ ​ปัจจุบันกองทุนดัชนีของไทยเกือบ​ทั้ง​หมด​จะ​เป็น​กองทุน​ SET50 ​มี​ SET Index ​เพียงของ​ ​บลจ​.​ไทยพาณิชย์​ ​และ​มีกองทุนกลุ่ม​ Jumbo ​เป็น​กองทุนที่อ้างอิง​กับ​ดัชนีพิ​เศษที่จัดทำ​ขึ้นของ​ ​บลจ​.​ทหารไทย​ ​ให้​เลือกตาม​ความ​ชอบของแต่ละคน

TDEX ​กองทุนสำ​หรับคนชอบเทรด

กองทุนไทยเด็กซ์​เซ็ท​ 50 ​อีที​เอฟ​ ​หรือ​ TDEX ​เป็น​กองทุนดัชนีอิง​กับ​ SET50 ​ที่​เปิด​ให้​ซื้อขาย​อยู่​ใน​ตลาดหลักทรัพย์​ ​เป็น​นวัตกรรม​ใหม่​ของไทยที่​เกิดขึ้นสำ​หรับคนชอบเทรดกองทุน​ ​สามารถ​ซื้อขาย​ได้​ระหว่างวัน​ ​รู้ราคา​แน่นอน​ ​โดย​ไม่​มีปัญหาสภาพคล่อง​เพราะ​มีการแต่งตั้งโบรกเกอร์​เป็น​ผู้​ดู​แลสภาพคล่อง​ให้​ราคา​อยู่​ใน​ระดับเดียว​กับ​ NAV ​ของกองทุนทุกวัน​ด้วย

กองทุนตราสารหนี้​ Rating ​ดี​ Yield ​สูง​ ​ยัง​มี

หลัง​จาก​ ​พ​.​ร​.​บ​. ​สถาบันคุ้มครองเงินฝาก​ ​ประกาศ​ใช้​ ​เชื่อว่ากองทุนตราสารหนี้​จะ​ได้​รับ​ความ​นิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากมายแน่นอน​ ​เพราะ​กองทุนตราสารหนี้ขึ้นชื่อ​อยู่​แล้ว​เรื่อง​ความ​ปลอดภัยที่สูงกว่ากองทุนหุ้นมาก​ ​ปัจจุบัน​ผู้​จัดการกองทุนต่างๆ​ ​ก็​ให้​ความ​สำ​คัญ​กับ​ความ​ปลอดภัยมากขึ้น​ ​เพราะ​สามารถ​เลือกลงทุนตราสารหนี้คุณภาพสูงของต่างประ​เทศ​ได้​ง่ายขึ้น​ ​ปีที่​แล้ว​ตราสารการเงินของสถาบันการเงิน​ใน​ยุ​โรป​ ​อย่าง​ Euro commercial Paper (ECP) ​เป็น​ที่นิยมมาก​เพราะ​ให้​ผลตอบแทนหลังปิด​ความ​เสี่ยง​จาก​อัตรา​แลกเปลี่ยน​แล้ว​ก็​ยัง​ให้​ผลตอบแทนที่สูงกว่าพันธบัตร​ใน​ประ​เทศไทย​ ​ระยะ​เวลาการลงทุนก็​ไม่​นานมาก​ ​และ​ยัง​มี​ให้​ลงทุนต่อ​เนื่อง​ใน​ปีนี้​ด้วย​ ​รวม​ถึง​พันธบัตรของประ​เทศ​ใหม่ๆ​ ​ที่นักลงทุนไทย​ยัง​ไม่​คุ้นเคยแต่มีอันดับเรทติ้งดีมาก​ ​เช่น​ ​ออสเตรเลีย​ ​นิวซี​แลนด์​ ​ก็​เริ่มมี​ให้​ลงทุนผ่านกองทุนรวม​แล้ว

สิ่งที่​ต้อง​ระมัดระวังสำ​หรับกองทุนตราสารหนี้ที่​ไปซื้อตราสารต่างประ​เทศ​ ​คือเรื่องระยะ​เวลาลงทุน​ ​และ​ความ​เสี่ยงของอัตรา​แลกเปลี่ยน​ ​ผู้​ลงทุนจำ​เป็น​ต้อง​ดู​ให้​ดีว่าปิด​ความ​เสี่ยง​จาก​อัตรา​แลกเปลี่ยน​หรือ​ไม่​ ​ถ้า​ไม่​ปิด​ ​ทำ​ไม​จึง​ไม่​ปิด​ ​และ​ตราสารต่างประ​เทศที่​ไปลงทุนมีระยะ​เวลานานแค่​ไหน​ ​เพราะ​พันธบัตรรัฐบาลของต่างประ​เทศหลายแห่งที่กองทุนรวมไปซื้อมีอายุยาวมากกว่า​ 1 ​ปี​

กองทุนรวมตลาดเงิน​ ​ทางเลือกที่มา​แทนเงินฝากออมทรัพย์

กลาย​เป็น​กองทุนสามัญประจำ​บ้านที่ทุกบริษัทจัดการ​ต้อง​มี​เพราะ​คุณสมบัติที่ดี​ ​ผลตอบแทนดีกว่า​เงินฝากออมทรัพย์​ ​ความ​ปลอดภัยสูง​ ​และ​สภาพคล่องสูง​ ​ขายเพียง​ 1 ​วันก็​ได้​เงิน​ ​กองทุนรวมตลาดเงิน​หรือ​ Money Market Fund ​จึง​เป็น​ทางเลือกที่ดีสำ​หรับการ​ใช้​แทนบัญชี​เงินฝากออมทรัพย์​ ​แต่สิ่งที่​ต้อง​พึงระวังก็คือ​ ​กองทุนที่ซื้อ​นั้น​ ​บริษัทจัดการมี​เงื่อนไขการโอนเงินคืนอย่างไร​ ​สามารถ​โอนเงินคืน​เข้า​บัญชีออมทรัพย์ของธนาคาร​ใด​บ้าง​ ​ไม่​เช่น​นั้น​หาก​ต้อง​จ่ายคืน​เป็น​เช็ค​ ​ข้อดี​เรื่องสภาพคล่อง​จะ​กลาย​เป็น​ปัญหา​ใน​ทันที

กองทุนอสังหาริมทรัพย์​ ​กำ​ลังกลับมา

มาตรการ​กัน​สำ​รอง​ 30% ​ที่ประกาศ​โดย​ ​ธปท​. ​เมื่อปลายปี​2549 ​เป็น​อุปสรรคต่อการขยายตัวของกองทุนอสังหาริมทรัพย์อย่าง​ช่วย​ไม่​ได้​ ​เพราะ​กองทุนอสังหาริมทรัพย์ขนาด​ใหญ่ๆ​ ​จำ​เป็น​ต้อง​มีนักลงทุนสถาบัน​จาก​ต่างชาติ​เข้า​มาร่วมลงทุน​ ​ที่ผ่านมากองทุนอสังหาริมทรัพย์​ส่วน​ใหญ่​ให้​ผลตอบแทน​ได้​ตามที่ประกาศ​ไว้​ ​แต่​ยัง​มีปัญหาสภาพคล่องการซื้อขาย​ใน​ตลาดหลักทรัพย์​ ​เงินที่​จะ​ซื้อ​จึง​ต้อง​มั่นใจว่า​เป็น​เงินเย็น​ ​ที่นำ​ไปลงทุน​ใน​อสังหาริมทรัพย์​เพื่อเก็บกินผลตอบแทนแบบสม่ำ​เสมอ​ได้​ ​ซึ่ง​เงินปันผลที่​ได้​รับย่อมดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารอย่างแน่นอน

ใน​ปีนี้​จะ​มีกองทุนอสังหาริมทรัพย์​เกิดขึ้นอีกหลายกองทุน​ ​และ​จะ​เพิ่มมากขึ้นอีกหากรัฐบาล​ใหม่​และ​ ​ธปท​. ​ยกเลิกมาตรการ​ 30% ​สำ​หรับกองทุนอสังหาริมทรัพย์​ด้วย​

อสังหาริมทรัพย์ที่กองทุน​จะ​ซื้อมาลงทุนก็​จะ​มี​ความ​หลากหลายมากขึ้น​ ​เดิม​จะ​เป็น​อาคารพาณิชย์​ ​ศูนย์การค้า​ ​โรงงาน​ ​ที่​อยู่​อาศัย​ ​แต่หลัง​จาก​นี้​เรา​จะ​เห็นรีสอร์ท​ ​โรงไฟฟ้า​ ​ซึ่ง​เป็น​ธุรกิจเฉพาะด้านมากขึ้น​ ​ดัง​นั้น​ก่อน​ผู้​ลงทุน​จะ​เข้า​ไปซื้อ​จึง​ควร​ให้​น้ำ​หนักเรื่องพื้นฐานธุรกิจมากขึ้น​ด้วย

กองทุนต่างประ​เทศ​ ​ยัง​ดี​อยู่​หรือ

กองทุน​ FIF ​มี​ความ​หลากหลาย​ ​เพราะ​มี​ทั้ง​กองทุนหุ้น​ ​กองทุนตราสารหนี้​ ​กองทุนผสมแบบ​ Asset Allocation ​กองทุนที่ลงทุน​ใน​ทรัพย์สิน​อื่นๆ​ ​เช่น​ ​สินค้า​โภคภัณฑ์​หรือ​ทองคำ​ ​รวม​ถึง​อสังหาริมทรัพย์ต่างประ​เทศ​ ​ดัง​นั้น​ ​การเลือกลงทุน​ใน​กองทุนต่างประ​เทศ​จึง​ต้อง​พึงระลึกเสมอว่า​ความ​เสี่ยง​ใน​คุณสมบัติของตราสารแต่ละชนิด​ยัง​คง​อยู่​ ​ไม่​ได้​หายไป​ ​แต่​โอกาสการคัดเลือกสินค้า​เพื่อลงทุนมีมากขึ้น​ ​ใน​ปีที่ผันผวนเช่นนี้​ ​การมีตราสารการลงทุน​ให้​เลือกเพิ่มขึ้น​ ​ไม่​จำ​กัด​อยู่​แค่​ใน​ประ​เทศไทยก็​เป็น​สิ่งที่ดีมิ​ใช่​ฤา

การคัดเลือกกองทุนต่างประ​เทศเพื่อลงทุน​จึง​จำ​เป็น​ต้อง​ศึกษา​ถึง​ตราสารที่ลงทุน​ให้​ดีว่า​เป็น​อะ​ไร​ ​ภูมิภาคไหน​ ​เป็น​หุ้น​ ​ตราสารหนี้​แบบไหน​ ​หรือ​เป็น​กองทุนผสม​ ​มีอะ​ไรบ้างผสม​อยู่​ใน​นั้น​ ​และ​การบริหารของ​ผู้​จัดการกองทุน​ใช้​วิธี​ใด​ ​เป็น​กองทุนเชิงรุกแบบ​ Active ​หรือ​เป็น​กองทุนดัชนี​ ​เพราะ​แต่ละ​แบบก็มี​ความ​เสี่ยงที่​แตกต่าง​กัน

กองทุนต่างประ​เทศกลุ่มหนึ่งที่น่า​จะ​เป็น​ทางเลือกเพื่อกระจายทรัพย์สินลงทุน​ได้​ดี​ ​นั่นคือ​ ​กองทุนที่​ไปลงทุน​ใน​สินค้า​โภคภัณฑ์ต่างๆ​ ​ทั้ง​กองทุนที่ลงทุน​ใน​ทองคำ​อย่างเดียว​ ​และ​กองทุนที่ลงทุน​ใน​สินค้า​โภคภัณฑ์หลากหลาย​ ​เพราะ​เป็น​ประ​เภทหลักทรัพย์​เพื่อการลงทุนที่ถูกจับตามาก​ใน​ปีนี้ว่า​จะ​ให้​ผลตอบแทนงาม​ด้วย

กองทุนนวัตกรรม​ใหม่

กองทุนรวมประ​เภทสุดท้ายที่​สามารถ​ใช้​เป็น​ทางเลือกการลงทุน​ได้​คือกองทุนที่​ใช้​โมเดลทางการเงิน​ใน​การออกแบบกองทุน​ ​เช่น​ ​การ​ใช้​ Structure Note ​โดย​ส่วน​ใหญ่​กองทุนกลุ่มนี้​จะ​ออกแบบ​ให้​คุ้มครองเงินต้นของ​ผู้​ลงทุน​ ​แต่มี​โอกาส​ได้​ผลตอบแทนที่สูงขึ้น​โดย​การอิง​กับ​ดัชนีอย่าง​ใด​อย่างหนึ่ง​ ​หรือ​ขึ้น​กับ​กระบวนการที่กองทุน​ได้​ทำ​สัญญา​ไว้​ ​กองทุนประ​เภทนี้​จะ​ซับซ้อนมากกว่ากองทุน​ทั่วๆ​ ​ไป​ ​เข้า​ใจ​ได้​ยาก​ใน​ส่วน​ของโมเดลที่ออกแบบ​ ​จำ​เป็น​อย่างยิ่งที่นักลงทุน​ต้อง​ศึกษา​ถึง​วิธีการ​ได้​กำ​ไรขาดทุนของกองทุน​ ​แต่​ไม่​ถึง​ขนาด​ต้อง​ไปแกะ​โมเดลสัญญาของกองทุนที่ยุ่งยากเกินกว่าที่นักลงทุน​ทั่ว​ไปพึงรับรู้

ตลาดตราสารหนี้​ ​คาดเดา​ได้​ยาก

ดร​.​สันติ​ ​กีระนันท์​ ​ผู้​จัดการตลาดตราสารหนี้​ (BEX) ​ตลาดหลักทรัพย์​แห่งประ​เทศไทย ​แนะนำ​ว่า​ ​สำ​หรับนักลงทุนรายย่อยที่สนใจลงทุน​ใน​ตลาดตราสารหนี้​ ​ใน​ปีนี้​ยัง​มีทางเลือก​ใน​การลงทุน​อยู่​ 2–3 ​ทาง​ให้​เลือกตาม​ความ​เหมาะสม​ ​โดย​การลงทุน​ใน​ตลาดแรก​นั้น​อาจเลือกการลงทุน​ใน​พันธบัตรออมทรัพย์​ ​ซึ่ง​ปกติทางกระทรวงการคลัง​และ​สถาบันการเงินต่างๆ​ ​ทยอยออกทุกๆ​ ​เดือน​อยู่​แล้ว​ ​หรือ​สำ​หรับ​ผู้​ที่สนใจหุ้นกู้ภาคเอกชนอดใจรอ​ ​เพราะ​อีก​ไม่​นานเกินรอภาคเอกชนหลายรายมี​ความ​สนใจออกหุ้นกู้​และ​เปิดขาย​ให้​กับ​ประชาชน​ทั่ว​ไป​ (PO) ​ใน​ปีนี้

“​ความ​จริง​แล้ว​การลงทุน​ใน​ตราสารหนี้อาจ​จะ​มีขั้นตอนมาก​และ​ดู​เหมือน​จะ​ยาก​ใน​ช่วงแรก​ ​แต่หากเกิด​ความ​เข้า​ใจ​แล้ว​จะ​สามารถ​คาดการณ์​ได้​ง่ายกว่าหุ้นมาก​ ​เพราะ​ปัจจัยที่​จะ​เข้า​มากำ​หนดราคาตราสารหนี้​นั้น​ก็มี​เพียง​ Yield ​หรือ​อัตราดอกเบี้ย​ ​ขณะที่หุ้น​นั้น​ต้อง​เผชิญ​กับ​ปัจจัยนับ​ไม่​ถ้วน​ ​ดัง​นั้น​หาก​ได้​ทดลองลงทุนตราสารหนี้ช่วงแรกๆ​ ​อาจ​จะ​ต้อง​ลงแรงหาข้อมูล​ ​และ​เรียนรู้​ ​หลัง​จาก​นั้น​ก็​จะ​เกิด​ความ​ชำ​นาญ​” ​ดร​.​สันติ​ ​กล่าว

ยกตัวอย่างเช่น​ ​นักลงทุน​ยัง​ไม่​เข้า​ใจ​อยู่​มาก​ ​ก็คือ​ ​คำ​ว่า​ Yield ​กับ​ ​อัตราดอกเบี้ย​ ​ก็​ต้อง​อธิบายว่า​ Yield ​คือผลตอบแทน​ ​ส่วน​ดอกเบี้ย​ ​คือ​ ​เงินที่จ่าย​ใน​แต่ละงวด​ซึ่ง​โดย​ปกติหุ้นกู้​หรือ​พันธบัตรที่จ่ายอัตราคงที่​นั้น​อัตราดอกเบี้ย​จะ​ไม่​เปลี่ยนแปลง​ ​ส่วน​ Yield ​คือ​ ​ผลตอบแทนที่ปรับเปลี่ยนไป​ได้​ตามสภาวะ​เศรษฐกิจ​ ​อาจ​จะ​มาก​หรือ​น้อยกว่าดอกเบี้ยก็​ได้​ ​ส่งผล​ให้​ราคาตราสารหนี้มีการเคลื่อนไหว​ ​นี่คือสิ่งที่นักลงทุน​ต้อง​ทำ​ความ​เข้า​ใจ​เป็น​พื้นฐาน

“​หากนักลงทุนมี​ความ​เข้า​ใจ​ ​สามารถ​ดู​ Yield ​ใน​ตลาด​เป็น​ก็​จะ​สามารถ​เทรดทำ​กำ​ไร​ได้​เพิ่มขึ้น​ ​เช่นอาจ​จะ​ขาย​ใน​ช่วงที่​ Yield ​ลง​และ​ซื้อตอนที่​ Yield ​ขึ้น​ซึ่ง​จะ​ได้​อัตราผลตอบแทน​โดย​รวมตลอดอายุตราสารหนี้มากกว่าการรอรับดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ​” ​ดร​.​สันติ​ ​ทิ้งท้าย​

“​เป็น​ปีที่จับทิศทางราคาทองคำ​ได้​ยากมาก​”

“​ผม​อยู่​ใน​วงการทองคำ​มา​ 50 ​ปี​ ​ยัง​ไม่​ค่อยกล้าวิจารณ์สถานการณ์​ใน​ตอนนี้​ ​เพราะ​ถือ​เป็น​รอบที่ดู​ไม่​ออกจริงๆ​ ​ทุกอย่างรวด​เร็ว​เกินกว่าที่คาดการณ์​ไว้​มาก​ ​จึง​ค่อนข้าง​เป็น​ห่วงมาก​”

จิตติ​ ​ตั้งสิทธิ์ภักดี​ ​นายกสมาคมค้าทองคำ​ กล่าวว่า​ใน​อดีต​สามารถ​พิจารณา​ได้​จาก​การปรับตัวขึ้นลงของราคาน้ำ​มัน​เนื่อง​จาก​ราคาทองคำ​จะ​ปรับตัว​ใน​ทิศทางเดียว​กัน​ ​แต่ปัจจุบันแม้ราคาน้ำ​มัน​จะ​ปรับลดลง​ ​แต่ราคาทองคำ​ยัง​คงขึ้นต่อ​เนื่อง​ ​ทว่าราคาทองคำ​ที่ปรับขึ้น​ใน​ช่วงนี้​ ​ถือ​เป็น​สถานการณ์ที่​ไม่​ปกติ​ ​และ​จาก​ประสบการณ์​และ​เก็บสถิติต่างๆ​ ​การปรับราคาขึ้น​ใน​ช่วงนี้ถือว่ารวด​เร็ว​เกินไป​ ​โดย​ราคาปรับเพิ่มขึ้น​ถึง​ 1,000 ​บาทภาย​ใน​เวลา​ไม่​ถึง​ 10 ​วัน​และ​ยัง​ปรับเพิ่มต่อ​เนื่อง​ ​ลักษณะดังกล่าวอาจส่งผลต่อ​ความ​เสถียรภาพของราคาทองคำ​ ​และ​ใน​อนาคต​ยัง​มี​ความ​เสี่ยงที่ราคา​จะ​ปรับลดอย่างรวด​เร็ว​อีก​ด้วย​

อย่างไรก็ตาม​เขา​คิดว่าทองคำ​ยัง​เป็น​สินทรัพย์ที่​เหมาะสำ​หรับการลงทุน​ใน​ปีนี้​ ​แต่​ต้อง​ลงทุน​ด้วย​ความ​ระมัดระวัง​ ​สำ​หรับนักลงทุนระยะยาวจริงๆ​ ​ต้อง​ถือว่าจังหวะ​ “​ซื้อ​” ​ได้​ผ่านไป​แล้ว​ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา​ ​แต่หากสนใจลงทุนเพื่อกระจาย​ความ​เสี่ยงแนะนำ​ให้​ใช้​เงินสัด​ส่วน​ประมาณ​ 20 – 30% ​ของพอร์ตการลงทุน​ ​ส่วน​ผู้​ที่หวัง​จะ​เข้า​มา​เก็งกำ​ไร​ไม่​แนะนำ​เพราะ​ค่อนข้างอันตราย

“​ถือว่าประ​เทศไทย​ได้​เงินบาทที่​แข็งค่ามา​ช่วย​ทำ​ให้​ราคาทองคำ​ยัง​ขึ้น​ไม่​แรงไปกว่านี้​ ​แต่​ถ้า​นำ​ราคาทองคำ​ปัจจุบันไปเทียบ​กับ​ดอลลาร์​เมื่อปีก่อน​ ​ราคา​จะ​ไป​อยู่​แถวๆ​ 16,000 ​บาท​ ​ซึ่ง​หากมอง​ใน​มุมนักลงทุนก็ถือว่า​โชคดี​” ​จิตติทิ้งท้าย

ใส่ความเห็น