ดอกเบี้ยมันถูก เอาเงินมาลงทุนดีกว่า (ภาคจบ)

  เพราะไม่มีใครหรอกที่อยากจะต้องทำงานไปตลอดชีวิต  สู้เลือกทำงานเมื่อไหร่ก็ได้ดีกว่า 

  ผู้รู้หลายๆคนชอบเปรียบการลงทุน(เพื่อหาเงิน)เป็นเหมือนแม่น้ำ ที่แบ่งเป็น 2 สาย สายแรกเป็นการลงทุนหาเงินด้วยตนเอง เช่น การทำงานประจำ การตั้งบริษัทแล้วจ้างตัวเองทำงาน ข้อดีของสายนี้คือง่ายในการได้มาซึ่งเงิน แต่เมื่อหยุดทำงาน แม่น้ำกระแสเงินก็จะหยุดไหล ส่วนสายที่สองคือการสร้างระบบ และการให้เงินทำงานให้ สายนี้นั้นแม้ว่าเราจะหยุดทำงานแล้วแต่เงินก็ยังคงทำงานให้เราอยู่แล้วสร้างรายได้ให้เราเรื่อยๆ 

  การทำงานประจำ การจ้างตัวเองทำงาน การสร้างระบบ นั้นผมไม่เชี่ยวชาญและไม่บังอาจให้คำแนะนำได้ แต่การให้เงินทำงานเนี่ยแม้จะฟังดูยากแต่จริงๆแล้วมันง่ายที่สุด และจะให้ผลตอบแทนดีที่สุดในภายหลัง ถ้าเรามีระเบียบวินัยและดูแลตัวเองได้

  อย่างไรก็ตาม เรามาดูข้อมูลของการลงทุนประเภทต่างๆจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกันดีกว่า

   ถ้าเราลงทุนในหุ้น พันธบัตร เงินและทอง เป็นเงิน 1,000 บาท เมื่อปี 2518 แล้วทิ้งไว้ 30 ปี ถึงปี 2548 หุ้นจะให้ผลตอบแทนแบบทบต้น 12% ต่อปี เป็น 30,308 บาท พันธบัตรได้ที่ 10% เงินฝากได้ที่ 7% และทองคำได้ที่ 3% ต่อปีได้เป็น 2,487 บาท

ที่มา: http://www.set.or.th/setresearch/files/setnote/setnote5_2006.pdf

  ยังงี้แปลว่าเราควรลงทุนในหุ้นงั้นหรอ? คำตอบคือไม่ เพราะผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ย่อมต้องมาพร้อมกับความเสี่ยงที่ใหญ่ยิ่ง การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง การลงทุนในหุ้นมีความผันผวนสูงแต่ก็ได้ผลตอบแทนสูง ดังนั้นการลงทุนต้องดูสไตล์การใช้ชีวิต อายุ และความพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยง แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน แต่สำหรับผมแล้วผมต้องรวยเร็วที่สุด อีก 10 ปี ต้องมีเงินสัก 10 ล้านให้ได้ ตามโครงการของดร.สุวรรณ วลัยสเถียรถ้า

   เมื่อมองในสภาวะปัจจุบันแล้ว มีข่าวลือว่าจะลดดอกเบี้ยเงินฝากลง ทั้งๆที่มันก็ต่ำจะแย่อยู่แล้วคือ 0.75%-3% แต่ดอกเบี้ยเงินฝากที่เห็นๆกันเนี่ยจะถูกหักภาษี 15% ตัวเลขที่แท้จริงของผลตอบแทนเงินฝากก็คือ 0.64%-2.55%  เมื่อเทียบกับเงินเฟ้อ 4.8% แล้ว ทำให้การฝากเงินเป็นทางเลือกที่แย่ที่สุดในการรักษาเงินที่ได้มาอย่างยากลำบาก แต่ใช่ความเสี่ยงมันต่ำที่สุด
  

 ทีนี้เมื่อมองทางเลือกที่ 2
  การลงทุนในพันธบัตร เสี่ยงขึ้นมาอีกนิด ปัจจุบันนี้ ถ้าคิดจะถือพันธบัตรไว้สัก 4 ปีผลตอบแทนก็จะอยู่ที่ราวๆ 4% ซึ่งก็ยังคงน้อยกว่าเงินเฟ้ออยู่ดีทำให้เราต้องมาพิจารณาทางเลือกที่ 3

  การลงทุนในทอง เสี่ยงเพิ่มขึ้นอีก ผลตอบแทนไม่แน่นอน เก็บรักษายากเพราะยังไม่มีสถาบันซื้อทองในรูปแบบหุ้น ผลตอบแทนปัจจุบันประมาณ 15%-40% ต่อปี ใช่ครับ 15%-40~ต่อปี เพราะว่า ราคาทองวิ่งตามน้ำมันและแปรผกผันกับดอล์ล่าห์ เมื่อน้ำมันขึ้นทุกวันๆ ดอล์ล่าห์ถูกลงๆ ทำให้ราคาทองพุ่งติดเพดาน นับเป็นการลงทุนที่คุ้ม ไม่ค่อยเสี่ยง แต่ต้องใจเย็น ต้องมีเงินเริ่มต้นค่อนข้างเยอะเพราะต้องซื้ออย่างต่ำทีละบาท ซึ่งคือ 14,900 แล้ววันนี้ แล้วต้องหาทีเก็บด้วย และไม่แน่ว่าทองจะขึ้นหรือลงเท่าไหร่ เมื่อไหร่ เพราะเมื่อพิจารณาผลในอดีตแล้ว ผลตอบแทนแค่ 3% ทบต้น เท่านั้น อย่างไรก็ตามในระยะสั้นทองยังคงเป็นการลงทุนที่ดีครับ ดูกราพฟ 15 ปีย้อนหลังได้ที่เวบไซต์สมาคมค้าทองคำ

    อีกแบบก็คือกองทุนรวมต่างๆ ครับ มีหลายประเภทความเสี่ยงต่างๆกันไป ผลตอบแทนตั้งแต่
ติดลบไปจนถึง 15% เลือกได้ทั้งแบบเสียภาษี ปันผล ไม่เสียภาษี

   หุ้น ความเสี่ยงสูงสุด แต่ผลตอบแทนสูงสุด และเราจะมาเน้นกันที่ตัวนี้เนื่องจากว่าผลตอบแทนสูงสุด -200% ถึง 200% ก็มีให้เห็นมาแล้ว เสี่ยงมากครับแต่ผลตอบแทนก็คุ้มความเสี่ยงแน่นอนครับ

  แล้วมีทางเลือกอื่นไหม?
  ประกันชีวิต ครับ ประกันวันนี้ อีก 20 ปีเจอเงินตัวเองอีกทีหนึ่ง ความเสี่ยงและผลตอบแทนระดับเดียวกับพันธบัตร แต่ก็มีความคุ้มครองชีวิตด้วย

  แชร์ต่างๆ,  MLM, เฟรนไชน์  เช่น …. ไม่อาจเอ่ยชื่อได้เพราะเยอะ ที่ดีๆก็มี แต่ที่ไม่ดีก็เยอะครับ

  เปิดกิจการเองครับ ทำได้ดีก็รวย ไม่รอด ก็กลับไปเป็นลูกจ้างเหมือนเดิม
  แต่จำไว้ครับการลงทุนอะไรก็ไม่ดีเท่ากับการลงทุนให้กับตัวเราเองโดยเฉพาะด้านปัญญา

ใส่ความเห็น